นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้อยู่ในสหภาพยุโรปสามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากการช้อปปิ้งในอิตาลีได้ ถ้าซื้อของถึงยอดขั้นต่ำที่กำหนด บทความนี้สรุปขั้นตอนแบบเข้าใจง่าย
ใครมีสิทธิ์ขอคืนภาษี
นักท่องเที่ยวที่มีถิ่นพำนักอยู่นอกสหภาพยุโรป (รวมถึงคนไทย) และซื้อสินค้าที่ร้านที่เข้าร่วมโครงการ Tax Free มียอดซื้อขั้นต่ำต่อใบเสร็จตามที่กำหนด (ควรเช็คยอดล่าสุดหน้าร้าน เพราะเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลง)
ขั้นตอนการขอคืนภาษี
- ตอนซื้อของ: แจ้งพนักงานว่าต้องการใบกำกับภาษีคืน (Tax Free Form) แสดงพาสปอร์ตตัวจริง
- เก็บเอกสารและสินค้า: เก็บใบเสร็จ, Tax Free Form และสินค้าที่ซื้อไว้ (ต้องยังไม่แกะใช้)
- ที่สนามบินก่อนเช็คอิน: ไปที่เคาน์เตอร์ศุลกากร (Customs) ประทับตรารับรองการส่งออกสินค้า อาจต้องแสดงสินค้าให้เจ้าหน้าที่ดู เผื่อเวลาไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนเวลาเช็คอิน
- รับเงินคืน: หลังประทับตราแล้ว นำ Tax Free Form ไปยื่นที่เคาน์เตอร์ผู้ให้บริการ (เช่น Global Blue, Planet) เลือกรับเงินคืนเป็นเงินสดหรือคืนเข้าบัตรเครดิต
เคล็ดลับสำคัญ
- ถ้าเดินทางต่อในหลายประเทศเชงเก้น ให้ประทับตราคืนภาษีที่สนามบินสุดท้ายก่อนออกจากเขตเชงเก้น ไม่ใช่ที่อิตาลีเสมอไป
- คืนเงินเข้าบัตรเครดิตมักได้เต็มจำนวนตามเงื่อนไข แต่ใช้เวลานานกว่ารับเป็นเงินสด (ซึ่งมักหักค่าธรรมเนียมทันที)
- ร้านค้าปลอดภาษีในสนามบิน (Duty Free) ไม่ต้องขอคืนภาษีแยก เพราะราคาที่แสดงไม่รวมภาษีอยู่แล้ว
- เผื่อเวลาที่สนามบินให้มากกว่าปกติในวันเดินทางกลับ ถ้ามีของต้องขอคืนภาษีหลายชิ้น

